เมื่อวานนี้รี่เพิ่งเห็นประเด็นที่เถียงกันเรื่อง ‘เครื่องเป่ามือในห้องน้ำห้าง’ มาค่ะ แล้วก่อนหน้านี้ก็มีวิดีโอเผยแพร่ออกมาว่ามันสกปรกมาก จนบางคนถึงกับบอกว่ายอมเช็ดมือกับกางเกงตัวเองดีกว่าเอามือไปเป่าลมซะอีก แต่บางคนก็บอกว่า มันก็ไม่ได้ขนาดนั้นหรอก
รี่ก็เลยสงสัยว่า ตกลงมันสกปรกจริงหรือเปล่า? หรือสกปรกมากขนาดรับไม่ได้เลยมั้ย?
เพราะบางห้างโละกระดาษทิชชู่เช็ดมือออกไปหมดเลย แล้วเอาเครื่องเป่าลมมาติดแทน
รี่ก็เลยลองหาข้อมูลเรื่องนี้ด้วยความอยากรู้เป็นการส่วนตัว
และจากการลองหาข้อมูลมา ได้คำตอบแบบสั้นๆ เลยก็คือ… ‘จริงค่ะ’
คนที่เตือนๆ กันไม่ได้เวอร์หรือคิดไปเอง
เขาบอกว่าห้องน้ำสาธารณะมันก็จะมีละอองจากการกดชักโครก หรือเชื้อโรคจิปาถะลอยปะปนอยู่ในอากาศ ทีนี้เจ้าเครื่องเป่ามือเนี่ย กลไกของมันคือการดูดเอาอากาศรอบๆ ตัวมัน (ซึ่งก็คืออากาศในห้องน้ำที่มีเชื้อโรคปะปนอยู่นั่นแหละ) เข้าไปในเครื่อง แล้วก็พ่นลมแรงๆ ออกมาใส่มือเราที่เพิ่งล้างเสร็จใหม่ๆ
ผลก็คือ… มือที่เราอุตส่าห์ยืนถูสบู่จนสะอาดมาตั้งนาน สุดท้ายก็มาโดนลมที่หอบเอาแบคทีเรียในห้องน้ำมาเป่าอัดใส่ซ้ำอีกรอบ
ยิ่งถ้าเป็นเครื่องเป่าลมรุ่นแรงๆ แบบเจ็ท (Jet Air Dryer) งานวิจัยบอกว่าตัวดีเลย เพราะแรงลมของมันทำให้เชื้อโรคที่ตกค้างบนมือเรา (ในกรณีที่ล้างไม่สะอาดพอ) แตกตัวเป็นละอองฝอย แล้วฟุ้งกระจายไปในอากาศได้ไกลถึง 1.5-3 เมตรเลย
งานวิจัยที่อังกฤษเขาลองเทียบดู ก็พบว่าเครื่องเป่าลมแรงๆ แบบนี้ ทำให้แบคทีเรียฟุ้งกระจายในอากาศมากกว่าใช้กระดาษทิชชู่ถึง 27 เท่าเลยเชียวนะ
แล้วถ้าเป็นเครื่องรุ่นแพงๆ ที่มี HEPA Filter ล่ะ จะรอดมั้ย?
คำตอบคือ มันก็ช่วยได้ค่ะ การมีแผ่นกรอง HEPA มันช่วยลดปริมาณแบคทีเรียที่เครื่องพัดออกมาได้เยอะ (งานวิจัยบอกว่าลดได้ประมาณ 4 เท่า)
แต่… มันก็ไม่ได้แปลว่าปลอดเชื้อโรคแบบ 100% อยู่ดีนะคะ ยังมีสิทธิ์เจอเชื้อก่อโรคได้อยู่ แล้วมันก็ยังมีปัญหาเรื่องตัวเครื่องเองที่อาจจะมีความชื้นสะสมอยู่ข้างใน กลายเป็นแหล่งเพาะพันธุ์เชื้อโรคได้อีกถ้าดูแลไม่ดี
อ้าว… แล้วทำไมหลายๆ ที่ถึงเปลี่ยนมาใช้เครื่องเป่าลมแทนทิชชู่ล่ะ?
เหตุผลหลักๆ ไม่ใช่เรื่องสุขอนามัย แต่เป็นเรื่องของการจัดการ ต้นทุน และการลดขยะ เพราะการเติมกระดาษทิชชู่บ่อยๆ มันเป็นต้นทุนที่ต้องจ่ายเรื่อยๆ แถมบางทีคนดึงกันเพลิน ทิ้งขยะล้นถัง แม่บ้านก็เก็บไม่ทัน การใช้เครื่องเป่าลมเลยตอบโจทย์ในแง่ของความประหยัดระยะยาวและดูแลรักษาง่ายกว่านั่นเองค่ะ
สรุปแล้ว ทิชชู่ vs เครื่องเป่ามือ อันไหนเวิร์คกว่า?
ถ้ามองในมุมของความสะอาดและสุขอนามัย ‘กระดาษทิชชู่ชนะขาดค่ะ’
งานวิจัยและองค์กรอนามัยระดับโลกเขาเห็นตรงกันเลย เพราะนอกจากจะไม่มีลมพ่นเชื้อโรคให้ฟุ้งกระจายแล้ว แรงเสียดสีตอนที่เราเอากระดาษเช็ดมือ มันยังช่วยถูเอาแบคทีเรียที่หลงเหลืออยู่ออกไปจากมือเราได้ด้วย
ทีนี้ ปัญหาก็คือ… ถ้าเราไปเข้าห้องน้ำ แล้วมันดันไม่มีทิชชู่ให้ใช้ มีแต่เครื่องเป่าลม เราจะต้องทำยังไง?
เอาจริงๆ สำหรับคนทั่วไปที่ร่างกายแข็งแรง ภูมิคุ้มกันปกติ ความเสี่ยงมันก็ไม่ได้สูงจนถึงขั้นอันตรายร้ายแรงขนาดนั้น
ถ้าไม่มีทิชชู่จริงๆ ก็ใช้เครื่องเป่าได้ค่ะ ดีกว่าปล่อยให้มือเปียก เพราะมือเปียกๆ เชื้อโรคจะเกาะได้ง่ายกว่ามือแห้งๆ
แต่เคล็ดลับคือ เราต้องล้างมือฟอกสบู่ให้สะอาดจริงๆ (สัก 20 วินาที) เพื่อลดเชื้อบนมือให้เหลือน้อยที่สุด แล้วตอนเป่าก็พยายามอย่าก้มหน้าเข้าไปใกล้ช่องลม และพยายามหลีกเลี่ยงการเอามือไปแตะโดนตัวเครื่องด้วย
หรือถ้าใครอนามัยจัดๆ หรือทำใจใช้เครื่องเป่าลมไม่ได้ ก็พกทิชชู่หรือแอลกอฮอล์เจลไว้ล้างซ้ำอีกรอบตอนเดินออกจากห้องน้ำแล้ว ก็เป็นทางเลือกที่สบายใจดีค่ะ
สรุป… ส่วนตัวรี่ขอเลือกวิธีพกทิชชู่ไปเองดีกว่าค่ะ 😅